ส่งออกทุเรียนไปจีน

ตลาดทุเรียนไม่มีตก ยอด 4 เดือน ส่งออกไปกว่า 2 แสนตัน มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท เผย เม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมาเปิด พรี-ออเดอร์ บนแพลตฟอร์ม ออนไลน์ กับ จีน มีคำสั่งซื้อ 45 ตัน ส่งขึ้นเครื่องแบบเช่าเหมาลำ ถึงมือลูกค้าแล้ว

นายฉันทานนท์  วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่ไทยได้เปิดซื้อขายทุเรียนกับจีน ผ่านระบบออนไลน์ แบบสั่งซื้อล่วงหน้า หรือ Pre-Oder นั้น ได้มีการส่งสินค้าแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก จีนได้เช่าเหมาเครื่องบิน มารับทุเรียนไทย 20 ตัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 และ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 อีก 25 ตัน ได้มีการจัดส่งไปแล้วเช่นกน

สำหรับคำสั่งซื้อเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ดังกล่าว เป็นการจำหน่ายทุเรียนผ่าน ระบบสั่งซื้อล่วงหน้า กับมณฑลส่านซีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ บนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ บริษัทเอกชน และสหกรณ์ผลไม้ อาทิ สหกรณ์เมืองขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทย ในระดับสหกรณ์ผลไม้ (Cooperative Farm based Branding) ตามแนวทางเกษตรสร้างสรรค์ (Creative Agriculture) ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนและสหกรณ์จะสามารถขายได้ราคาสูงขึ้น

เปิดเส้นทางส่งผลไม้จากไทยไปจีน

สำหรับเส้นทางการส่งออกทุเรียนหรือผลไม้อื่นๆ จากไทยไปยังจีน นอกจากส่งทางอากาศแล้ว ยังมีทั้งทางเรือ จากท่าเรือแหลมฉบัง ทางบก ได้แก่ เส้นทาง R9 จาก จ.มุกดาหาร ผ่าน ดานัง เข้าพักที่ฮานอย แล้วสู่ปักกิ่ง  เส้นทาง R3A จาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่าน สปป.ลาว สู่ทางใต้ของจีนผ่านเมืองสิบสองปันนา คุนหมิง เส้นทาง R 12 จาก จ.นครพนม-ด่านท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว-จังหวัด Quang Binh จังหวัด Lang Son ของเวียดนามเข้าสู่จีน โดยผ่านด่านผิงเสียง มณฑลกว่างซี

อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางบก ต้องผ่านเส้นทางหลักของประเทศลาวและประเทศเวียดนามไปสู่ประเทศจีน จึงทำให้มีความติดขัดล่าช้าตามด่านตรวจของทั้ง 2 ประเทศ ที่เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้ส่งออกของไทยจะต้องวางแผนและบริหารจัดการเวลาในการแจ้งนำเข้าสินค้าผลไม้ที่ด่านนำเข้าของจีนให้ทันต่อเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการตกค้างของผลไม้ที่หน้าด่าน

โดยที่ผ่านมาจีนได้เปิดด่านอนุญาตให้นำเข้าผลไม้จากไทยได้จำนวน 3 ด่านคือ ด่านโม่หัน ด่านโหย่วอี้กวน และด่านรถไฟผิงเสียง แต่ในขณะนี้ได้อนุญาตให้นำเข้าได้ที่ด่านตงซิงโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2564 เป็นต้นมา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ส่งออกผลไม้ไปจีนเพื่อช่วยแก้ปัญหารถติดสะสมบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวน โดยเฉพาะในฤดูกาลส่งออกผลไม้

สำหรับการขนส่งทางเรือ จากแหลมฉบัง ผ่านเวียดนาม ฮ่องกง ไปจีน ต้องใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน จึงต้องควบคุมอุณหภูมิในตู้สินค้าเย็น ในการรักษาคุณภาพของผลไม้สดให้คงสภาพสมบูรณ์ ก่อนถึงมือผู้บริโภคปลายทางในจีน  

ยอดส่งออกทุเรียน 4 เดือนทะลัก 2.8 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ ไทยส่งออกผลไม้สด และผลิตภัณฑ์จากผลไม้มากกว่า 1 แสนล้านบาท ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 20 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด โดยอันดับหนึ่งคือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ซึ่งจากข้อมูล 5 ปีย้อนหลัง ประเทศที่นำเข้าผลไม้จากไทยมากที่สุด คือ จีน  ฮ่องกง และเวียดนาม

สำหรับใน ปี 2564 ตั้งแต่เดือน มกราคม – เมษายน ไทยมีปริมาณการส่งออกผลไม้และผลิตภัณฑ์จากผลไม้ ดังนี้

  1. ทุเรียน มีปริมาณการส่งออก 213,328 ตัน มูลค่า 28,615 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทุเรียนสด ร้อยละ 95 ตลาดหลักที่สำคัญ ได้แก่ จีน ร้อยละ 72 ฮ่องกง ร้อยละ 13 และเวียดนาม ร้อยละ 12
  2. ลำไย ส่งออก 209,388 ตัน มูลค่า 8,043 ล้านบาท โดยส่งออกลำไยสด กว่าร้อยละ 70  และรองลงมา คือ ลำไยอบแห้ง ร้อยละ 25  ตลาดหลักที่สำคัญ ได้แก่ จีน ร้อยละ 77 เวียดนาม ร้อยละ 11  และอินโดนีเซีย ร้อยละ 6 
  3. มังคุด มีปริมาณการส่งออก 2,293 ตัน มูลค่า 189 ล้านบาท โดยตลาดหลัก ได้แก่ จีน ร้อยละ 75 เวียดนาม ร้อยละ 18 และฮ่องกง ร้อยละ 4

ตลาดส่งออกผลไม้ไทยยังมีแนวโน้มสดใส โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน หากประเทศไทยสามารถบริหารจัดการทั้ง คุณภาพ การสร้างแบรนด์ การขนส่ง ให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้อีก เช่ื่อว่าการส่งออกผลไม้ไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

เทคนิคการปลูกทุเรียนนอกฤดูกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *