เอกชนเปิดตัว “สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย” วางเป้าพัฒนาทุกมิติ ดันสู่อุตสาหกรรมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศแบบ “จับต้องได้”

ปัจจุบันกระแสการปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่อย่าง “กัญชง” ก็เริ่มเห็นทิศทางมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเริ่มเป็นกระแส และเป็นแสงสว่างอีกด้านในการสร้างรายได้สำหรับเกษตรกร รวมไปถึงช่องทางการเริ่มธุรกิจสำหรับคนที่สนใจแปรรูปพืชกัญชง

และทิศทางความนิยมที่มากล้นมาเรื่อยๆ และเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพืชกัญชงอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการวางแนวทางพัฒนาพืชกัญชงในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และมาถึงปลายน้ำ ผลที่ว่าจึงทำให้ล่าสุดมีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกัญชง นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา เพื่อก่อตั้งสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงแห่งประเทศไทยขึ้นมา และเพิ่งเปิดตัวล่าสุดไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงแห่งประเทศไทย จะเน้นเรื่องการพัฒนาพืชเศรษฐกิจอย่างกัญชงแบบครอบคลุมทุกมิติ โดยวางเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทยอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับวางหัวใจหลักคือสนับสนุนเกษตรกรและบุคลากรด้านกัญชงให้เข็มแข็งมากที่สุด เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนากัญชงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

นายวีระชัย ณ นคร ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงแห่งประเทศไทย (Thai Industrial Hemp Trade Association : TIHTA) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ พร้อมด้วยคณะนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนกลุ่มสมาชิกให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สมาชิกและสาธารณะ รวมทั้งช่วยประสานความร่วมมือระหว่างองค์กร หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมกัญชงสู่พืชเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม

“สมาคมฯ จะยึดหลัก People First คือการพัฒนาเกษตรกรและบุคลากร ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรม และเริ่มต้นสร้างภาคต้นน้ำ หรือเกษตรกรผู้ปลูกให้เป็นรากแก้วที่แข็งแรงให้ได้ ซึ่งระยะแรก ทางสมาคมฯ จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลให้แก่ผู้สนใจในการขออนุญาตปลูก และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกัญชง และเริ่มรวบรวมสายพันธุ์กัญชง ทำการผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองสำหรับส่งเสริมการปลูกของเกษตรกร เพื่อลดปัญหาการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาสูง การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ หรือต้นพันธุ์ที่เหมาะต่อแต่ละอุตสาหกรรม และยกระดับภาคการเกษตรของพืชกัญชงให้มีคุณภาพที่ดี โดยในระยะต่อไปจะเป็นการขับเคลื่อนการกำหนดคุณภาพ และมาตรฐานราคากลางในการซื้อขาย การควบคุมมาตรฐานกัญชงในระดับอุตสาหกรรมต่อไป” นายวีระชัยกล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ 29 มกราคม 2564 ทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปสามารถขออนุญาตปลูกได้ทุกวัตถุประสงค์ ตั้งแต่ การค้า การแพทย์ การศึกษา วิจัย การใช้ตามวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม หรือผลิตเมล็ดพันธุ์รับรอง โดยเฉพาะการสามารถนำส่วนต่างๆ ของกัญชงไปใช้ประโยชน์ แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นการยกระดับรายได้ของเกษตรกร และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ

สำหรับมาตรฐานสารสกัดจากกัญชง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้จัดทำมาตรฐานในชุดของกัญชงซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 6 มาตรฐาน ได้แก่ (1) มอก.3171-2564 น้ำมันเมล็ดกัญชง (2) มอก.3172-2564 สารสกัดจากกัญชงที่มี CBD รวมไม่น้อยกว่า 30% โดยมวล (3) มอก.3173-2564 สารสกัดจากกัญชงที่มี CBD รวมไม่น้อยกว่า 80% โดยมวล (4) มอก.3184-2564 เปลือกกัญชง และ (5) มอก.3185-2564 แกนกัญชง และส่วนอีกมาตรฐานหนึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ คือ เส้นใยกัญชง คาดว่าจะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ โดยข้อกำหนดกฎหมาย หลักเกณฑ์ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมข้างต้นนั้น จะเป็นหลักยึดในขั้นต้นที่ทางสมาคมฯ นำมาใช้วางแนวทางขับเคลื่อน และร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนา สร้างโอกาสและมาตรฐานที่ดีในอุตสาหกรรมกัญชงอย่างยั่งยืนต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *